ปลั๊กอินฟรี vs เสียเงิน: ทำไมคุณถึงควรใช้ปลั๊กอินพรีเมี่ยม

ทำเว็บไซต์ให้เก่งขึ้น ฉลาดขึ้น ใช้งานได้หลากหลายขึ้นด้วยวิธีที่คนนิยมกันอย่างการติดตั้งปลั๊กอิน แต่ด้วยจำนวนมหาศาลและมีทั้งแบบฟรีและเสียเงิน คุณควรเลือกใช้แบบไหนกันนะ? มาดูคำตอบกัน

C. Chinnakrit
มิถุนายน 7, 2024
Jigsaw game.

กดเพื่อดูสารบัญ

ถ้าคุณกำลังวางแผนสร้างเว็บไซต์บน WordPress แน่นอนว่าคุณคงคาดหวังอยากให้มันมาพร้อมกับฟีเจอร์พิเศษต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ปุ่มแชร์โซเชียล ฟอร์มติดต่อ หรือการปรับแต่งอะไรสักหน่อยเพื่อให้เว็บไซต์โดดเด่น แต่เอาจริง ๆ แล้วฟีเจอร์หลาย ๆ อย่างที่ว่ามา เราต้องอาศัยการติดตั้งปลั๊กอินเพิ่มเติมซึ่งเว็บไซต์ WordPress มีปลั๊กอินให้เลือกใช้ราว ๆ 60,000 ปลั๊กอินใน WordPress Repository ยังไม่รวมปลั๊กอินที่ขายอยู่ข้างครับ

รูปจาก WordPress Plugin Repository

ที่แคร์ดิจิตัล เราก็รู้สึกตื่นเต้นพอ ๆ กับลูกค้าเลยครับเวลาที่เราช่วยทำให้เว็บไซต์ใหม่มีฟังค์ชั่นใช้งานที่ตอบโจทย์สิ่งที่บริษัทใช้อย่างลงตัว ทำให้เว็บไซต์ไม่ต่างอะไรจากการพัฒนาแอพของแบรนด์ตัวเองเลยครับ คราวนี้มันก็มีคำถามครับ ปลั๊กอินฟรีกับปลั๊กอินพรีเมี่ยมต่างกันอย่างไร?

ปลั๊กอิน WordPress คืออะไร?

หลายคนที่มีเว็บไซต์อยู่แล้วอาจคุ้นเคยกับคำว่าปลั๊กอิน แต่สำหรับเจ้าของธุรกิจที่ไม่รู้ เรามาทำความรู้จักกับคำว่า ปลั๊กอินกันก่อนดีกว่าครับ พูดให้เห็นภาพง่าย ๆ คุณลองนึกถึงหุ่นยนต์ ปลั๊กอินคือชิปประมวลผลที่คุณใส่ไปในหุ่นแล้วทำให้หุ่นยนต์มีความสามารถเด็ด ๆ เพิ่มขึ้น ปลั๊กอินก็คือซอฟต์แวร์ที่เพิ่มความสามารถให้เว็บไซต์

นอกเหนือจากความสามารถพื้นฐานของระบบเว็บไซต์อย่าง WordPress ซึ่งถูกออกแบบมาให้มีฟีเจอร์หลักอย่างการเขียนบล็อคที่พร้อมใช้งานแบบครบ ๆ แต่ก็อาจมีความสามารถบางอย่างที่คุณต้องการจากเว็บไซต์

ข่าวดีคือ WordPress มีจุดแข็งเรื่องการรองรับการเพิ่มปลั๊กอินได้อย่างเต็มที่เพื่อตอบโจทย์การปรับแต่งเว็บไซต์ให้เป็นไปตามต้องการของแต่ละบริษัทซึ่งสุดท้ายก็เป็นปลั๊กอินนี่แหละครับที่จะมาช่วยให้เว็บไซต์ของคุณสมบูรณ์แบบตามฝัน (โดยที่ไม่ต้องลงทุนจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์ตั้งแต่ศูนย์)

ปลั๊กอิน WordPress ฟรี ดีไหม?

รูปจาก WordPress Plugin Repository

หลายคนคงรู้สึกว่าปลั๊กอินฟรี มันจะดีหรือเปล่า บางอันก็อาจจะทำมาแค่ไว้ Upsell ขายของแพงหรือทำอะไรไม่ได้เลยก็มี แต่จากประสบการณ์ผมบอกได้เลยว่าดูจากรีวิวในรูปก็การันตีคุณภาพได้เยอะแล้วครับ เพราะเท่าที่เราสัมผัสมา ปลั๊กอินฟรีก็จัดเต็มมากด้านความสามารถ เพราะถ้ามันไม่ดีพอ คนก็ไม่อยากจ่ายตังใช้ตัว Pro ถูกไหมครับ? ข้อดีของปลั๊กอินฟรีก็มีดังนี้

  • ไม่มีค่าใช้จ่าย ติดตั้งฟรีใน WordPress ได้เลย
  • มีชุมชนนักพัฒนาขนาดใหญ่คอยช่วยเหลือกันในกรณีเกิดปัญหา
  • มีการออกอัพเดทฟรีให้ทุกคนใช้อยู่เรื่อย ๆ

แต่ในทางกลับกัน ปลั๊กอินฟรีก็มีข้อด้อยอยู่บ้าง ดังนี้

  • มีการจำกัดฟีเจอร์ ทำให้อาจต้องหาปลั๊กอินตัวอื่นมาติดเพิ่มจนกว่าจะครบที่ต้องการ
  • มักมีปัญหาด้านความปลอดภัยมากกว่าปลั๊กอินเสียตังค์ เพราะไม่มีทุนในการพัฒนาต่อ
  • ไม่มีทีมซัพพอร์ต หรือไม่ก็มีแบบจำกัด ถามไปก็ได้แค่ความหวังดี

ทำไมปลั๊กอินพรีเมี่ยมถึงคุ้มค่ากว่า?

เมื่อคุณใช้ฟรีจนสุดทางแล้ว ถึงเวลาที่คุณจะเริ่มมองหาช่องทางการเสียเงิน (ฮ่า) ปลั๊กอินพรีเมี่ยมหลายตัวอาจดูราคาแพงแต่สิ่งที่คุณจะได้รับกลับมามันคุ้มค่ามาก ๆ ถ้าคุณรู้ความต้องการของคุณและเจอตัวที่ใช่ บอกเลยว่าราคาเท่าไหร่ก็คุ้มกว่าการพัฒนาขึ้นมาจากศูนย์ครับ เพราะกว่าจะคืนทุนก็ใช้เวลานานกว่ามาก ปลั๊กอินพรีเมี่ยมมีข้อดีหลัก ๆ ดังนี้ครับ

ภาพราคาปลั๊กอินพรีเมี่ยมอย่าง Metabox
  • ฟีเจอร์ที่มากขึ้น ซับซ้อนขึ้น เทพขึ้น
  • อัพเดทและแพตช์ด้านความปลอดภัยต่อเนื่อง นักพัฒนาคอยดูแลเว็บไซต์อยู่เป็นระยะ
  • มีทีมซัพพอร์ตช่วยแก้ปัญหา คอยตอบคำถามลูกค้า ดูแลใกล้ชิดกว่า

ในขณะเดียวกันปลั๊กอินพรีเมี่ยมก็มีจุดด้อยที่พอจะให้คุณไตร่ตรองดีต่อไปนี้

  • มีค่าใช้จ่าย แน่นอนว่าดีกว่าเราต้องจ่ายเงินทำเองจากศูนย์
  • เว็บของเราอาจพึ่งพานักพัฒนาของโปรแกรมมากเกินไป มีความเสี่ยงที่ผู้พัฒนาจะยุติการสนับสนุนทิ้งเราไป

โดยสรุปคือ ปลั๊กอินพรีเมี่ยมและฟรีนั้นต่างกันอย่างชัดเจนใน 4 จุด

  1. จำนวนฟีเจอร์ที่ได้ ปลั๊กอินฟรีมักจำกัดฟีเจอร์ไว้ให้ใช้ได้น้อยกว่า
  2. การดูแลจากซัพพอร์ตและอัพเดท เสียเงินแล้วก็ควรมีคนดูแลเราอย่างดี
  3. ด้านความปลอดภัยที่ปลั๊กอินเสียเงินอาจมีงบในการพัฒนาด้านความปลอดภัยรวมถึงการ Audit
  4. ความสามารถในการปรับแต่งเพิ่มเติม ซึ่งปลั๊กอินพรีเมียมมักดีกว่า

เว็บไซต์แบบไหนที่ใช้ปลั๊กอินฟรีไปได้อีกยาว?

Small business parcel delivery concept, Female entrepreneur talk

อย่าเพิ่งด่วนตัดสินว่าปลั๊กอินฟรีไม่ดีเพราะสำหรับบางกรณีมันก็ตอบโจทย์เพียงพอแล้ว ด้วยเวทมนตร์แห่ง Open Source คุณรู้ไหมครับว่ามีปลั๊กอินคุณภาพดีอยู่จำนวนมหาศาลที่ปล่อยให้คุณใช้ฟรี (ถึงจะมีการจำกัดฟังก์ชั่นอยู่บ้าง) ซึ่งต้องบอกว่าไม่ต้องไปเสียเงินเลย หากคุณเป็นเจ้าของเว็บไซต์เหล่านี้

  • เว็บไซต์ส่วนตัว เว็บบล็อกเล็ก ๆ ไม่เน้นเซอร์วิสลูกค้า ใช้ได้สบาย
  • เมื่อมีงบประมาณค่อนข้างจำกัด การใช้ของฟรีแบบจำกัดการใช้งานก็เป็นเรื่องปกติ
  • ปลั๊กอินฟรีตรงตามความฟังก์ชั่นที่ต้องการแล้ว
  • ต้องการทดสอบฟีเจอร์ก่อนซื้อ ก็ลองกับปลั๊กอินฟรีไว้ก่อนก็ได้

เว็บไซต์แบบไหนที่ควรใช้ปลั๊กอินพรีเมี่ยม?

group of diverse workers in a meeting in the office

ในทางตรงกันข้าม ถ้าเป็นเว็บไซต์เพื่อธุรกิจที่ต้องการประสิทธิภาพและการบริการลูกค้าชั้นเลิศจำเป็นต้องพิจารณาเรื่องปลั๊กอินพรีเมี่ยมเข้ามาใช้เพราะฟังก์ชั่นเพิ่มเติมที่ได้รับการอัปเกรดมาจากปลั๊กอินฟรีหลายครั้งคือมีความจำเป็นกับการทำธุรกิจมาก เช่น ด้านการชำระเงิน, ฟังก์ชั่นเสริมเว็บไซต์ที่ทำให้แทบจะกลายเป็นแอพเลยทีเดียว หรือฟังก์ชั่นสำหรับการตลาดอย่าง SEO เป็นต้น

  • เว็บไซต์ของแบรนด์ที่อยากได้ฟีเจอร์เสริม เช่น แบบฟอร์มฟังก์ชั่นระดับเทพ – Quiz ก็ได้ Survey ก็ดี หรือทำ Conditioning ได้ เป็นต้น
  • เว็บที่ต้องการฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาอย่างเช่น การไม่จำกัดจำนวนการสร้าง Post หรือการบันทึกลูกค้า เป็นต้น
  • เว็บที่คำนึงถึงความปลอดภัยและประสบการณ์ลูกค้าเป็นหลัก เพราะการสนับสนุนให้ผู้พัฒนาอัปเดตตลอดก็เป็นตัวช่วยให้เว็บคุณปลอดภัย

คุณจะเลือกปลั๊กอินแบบไหนดี?

Asian business people

เราพูดถึงความต่างระหว่างปลั๊กอินฟรีและเสียเงินไปมาก ๆ แล้ว แต่สุดท้ายแล้วการเลือกใช้ปลั๊กอินก็ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวนะครับ มีหลายปัจจัยที่ต้องคิดให้ดี ดังนี้

  • ประเมินความต้องการว่าจริง ๆแล้วเราอยากได้ฟีเจอร์อะไรเพิ่มเติมบนเว็บไซต์ของเราบ้าง ลองคิดทั้งในด้านของการ Operate, Customer Service และ Sales ดูครับ
  • อ่านรีวิวของปลั๊กอินนั้น ๆ ว่าคนใช้จริงรู้สึกยังไง ข้อดีข้อเสียคืออะไรก่อนจะจ่ายเงินก็ควรเช็คให้ดี ดีที่สุดคือไปสิงในคอมมูนิตี้ผู้ใช้ปลั๊กอินนั้นครับ หลายครั้งจะเจอนักพัฒนาที่บริการดีมาคอยรับฟังความเห็นของผู้ใช้ ซึ่งถ้าคุณเจอแบบนี้แล้วละก็ คุณได้เจอ The Winning Plugin แล้วล่ะครับ
  • คิดถึงต้นทุนและผลประโยชน์ในระยะยาว บางครั้งจ่ายแพงหน่อยแต่ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าก็คุ้มค่ากว่าในระยะยาว เช่น การลดต้นทุนงานบริหาร (Admin Task) หรือทำให้ Sale ทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้น เป็นต้น

ขอให้ทุกคนเลือกปลั๊กอินให้เหมาะกับเว็บไซต์ของตัวเอง สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะฟรีหรือพรีเมี่ยม อะไรที่ตอบโจทย์ความต้องการของเราและลูกค้าแล้วคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดแล้วครับ ส่วนอยากให้เราแนะนำปลั๊กอินตัวไหนก็แนะนำมาได้เพราะปกติเราก็จะมีเกณฑ์ในการคัดกรองปลั๊กอิน WordPress เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพของเว็บไซต์ลูกค้าครับ

แชร์คอนเทนต์ให้ทุกคนได้อ่าน

โพสต์อื่นที่น่าสนใจ