Woman smile while using computer

Linux Foundation เปิดตัว FAIR Project: สร้างความเชื่อมั่นให้เจ้าของเว็บ WordPress ทุกแบรนด์

Website
ตุลาคม 31, 2025
Wirat Suptaweewut

ช่วงที่สิ้นปี 2024 วงการ WordPress เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความปั่นป่วนซึ่งคุณอาจเคยได้ยินมาบ้าง เช่นจากช่องคุณอาร์ม 9arm หากคุณใช้เว็บไซต์ WordPress เหตุการณ์นี้จะเกี่ยวข้องกับแบรนด์ของคุณโดยตรง เราเชื่อว่าเหตุผลที่คุณเลือกใช้ WordPress คือนอกจากในเรื่องของความง่ายในการหานักพัฒนาและการใช้งานหลังบ้านของเว็บแล้ว เหตุผลสำคัญอีกอย่างคือ การมีอิสระจากแพลตฟอร์มใด ๆ เพราะซอฟต์แวร์ Open Source อย่าง WordPress ทำให้เว็บไซต์เป็นของบริษัทคุณ 100% คุณสามารถเอาไปไว้บนเซิฟเวอร์ไหนก็ได้ที่คุณต้องการโดยไม่มีข้อผูกมัด แต่ดราม่าที่เกิดขึ้นอาจทำให้คุณหวั่นใจถึงอนาคตของ WordPress เลยก็ว่าได้ วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและ Community (เครือข่ายของผู้คนทั่วโลกที่รวมตัวกันเพื่อสนับสนุน พัฒนา และใช้ซอฟต์แวร์ WordPress) จะตอบสนองต่อเหตุการณ์นี้ด้วย solution อะไรกันบ้างครับ

เรื่องราวเริ่มจาก CEO ของ WordPress

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นย้อนไปเมื่อปลายปี 2024 เมื่อ Matt Mullenweg ผู้ร่วมก่อตั้ง WordPress และเป็น CEO ของ Automattic (บริษัทที่อยู่เบื้องหลัง WordPress.com) ได้ใช้อำนาจควบคุม WordPress.org repository อย่างไม่เหมาะสม

หมายเหตุ: ต้องขอคั่นและอธิบายเพิ่มเติมครับว่า WordPress.com (Closed Source) ไม่ใช่อันเดียวกับ WordPress.org (Open Source)
WordPress.com – บริษัทของ Matt ดูแลและให้บริการ WordPress ในรูปแบบแพลตฟอร์มและพวกเขาโฮสต์เว็บให้และเก็บเงินคล้าย Webflow ครับ
WordPress.org – เป็นองค์กรที่บริษัท Matt เป็นหนึ่งใน Core Team ในการพัฒนา เป็นแบบที่เปิดให้ Developer มาโหลดเอาไปใช้ได้ฟรีซึ่งเป็น WordPress ที่นิยมใช้กันทั่วโลก

เหตุการณ์ที่เป็นประเด็นเกิดขึ้นจากข้อพิพาทระหว่าง Automattic กับ WP Engine บริษัท WordPress hosting ชั้นนำ โดย Matt ได้ใช้อำนาจในการเข้าแทรกแทรง WordPress.org เพื่อกดดันและแบน WP Engine ออกจากระบบ ทำให้ลูกค้าของ WP Engine ไม่สามารถอัปเดต Plugin และ Theme ได้ตามปกติ

นอกจากนี้ Matt ยังได้แบนนักพัฒนาหลายคนที่วิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานของเขา รวมถึง Joost de Valk ผู้ก่อตั้ง Yoast และ Karim Marucchi CEO ของ Crowd Favorite ออกจาก WordPress.org เช่นกัน

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา Linux Foundation องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ดูแลโปรเจค Open Source ระดับโลก ได้ประกาศเปิดตัวโครงการ FAIR Package Manager ซึ่งเป็นการสร้างทางเลือกใหม่สำหรับระบบจัดการ Plugin และ Theme ของ WordPress ข่าวนี้อาจฟังดูเทคนิคเกินไป แต่จริงๆ แล้วมันคือสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงจุดแข็งสำคัญของ Open Source Software ที่เจ้าของธุรกิจทุกคนควรเข้าใจ

เหตุผลที่เราสามารถไว้วางใจได้

แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะดูน่ากังวล แต่มันกลับเป็นตัวอย่างที่ดีของจุดแข็งของ Open Source Software ครับ เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น ชุมชนสามารถรวมตัวกันสร้างทางออกได้ครับ

โครงการ FAIR ที่เพิ่งเปิดตัวนี้ถูกพัฒนาโดยทีมงานกว่า 300 คน รวมถึงนักพัฒนาระดับ Core Contributor ที่มีประสบการณ์ยาวนานกับ WordPress พวกเขาได้สร้างระบบ Package Manager ใหม่ที่ทำงานแบบ Decentralized ไม่ต้องพึ่งพา WordPress.org เป็นจุดเดียว สิ่งสำคัญคือ FAIR ไม่ใช่การแยก Fork WordPress แต่เป็นการเพิ่มทางเลือกใหม่ เว็บไซต์ WordPress ทุกตัวยังคงใช้งานได้ตามปกติ แต่จะมีตัวเลือกเพิ่มเติมในการจัดการ Plugin และ Theme

ข้อได้เปรียบเหนือ Platform แบบปิด

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าทำไม WordPress และ Open Source CMS ถึงเหนือกว่า Platform แบบปิดอย่าง Wix, Framer หรือ Webflow

ความเป็นอิสระในการเลือก

เมื่อเราใช้ Platform แบบปิด เราต้องเล่นตามกฎของเจ้าของ Platform เท่านั้น หากพวกเขาเปลี่ยนราคา เปลี่ยนเงื่อนไข หรือปิดบริการ เราไม่มีทางเลือกอื่น

แต่กับ WordPress แม้ว่า Matt Mullenweg จะใช้อำนาจไม่เหมาะสม ชุมชนก็สามารถสร้างทางออกใหม่ได้ นี่คือพลังของ Open Source ที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของคนเดียว

ความยั่งยืนของธุรกิจ

การลงทุนสร้างเว็บไซต์บน Platform แบบปิดเสมือนเราสร้างบ้านบนพื้นที่เช่าของคนอื่น เจ้าของที่จะขึ้นราคาค่าเช่าหรือไล่ที่ บ้านที่สร้างแล้วก็ไม่สามารถย้ายไปที่อื่นได้ แต่ WordPress เป็นเหมือนบ้านน็อคดาวน์ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ เพราะเราเป็นเจ้าของทั้งโค้ด ข้อมูล และการควบคุม

เมื่อเราต้องการย้าย Hosting เปลี่ยน Developer หรือปรับปรุงระบบ เราทำได้อย่างอิสระ ไม่ต้องเริ่มต้นใหม่หรือติดอยู่กับ Vendor เดียว

Ecosystem ที่หลากหลาย

WordPress มี Plugin และ Theme หลายหมื่นตัวที่สามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการ แม้ว่าจะมีปัญหากับ WordPress.org แต่ก็ยังมี Alternative Sources อื่นๆ มากมาย

Platform แบบปิดมักจะจำกัดให้ใช้เครื่องมือและส่วนขยายในระบบของตัวเองเท่านั้น

ความน่าเชื่อถือของ Linux Foundation

Linux Foundation ที่เข้ามาสนับสนุนโครงการ FAIR นี้ไม่ใช่องค์กรธรรมดา พวกเขาเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ดูแลโปรเจค Open Source ที่สำคัญที่สุดของโลก

ประวัติความเป็นมา

Linux Foundation ก่อตั้งขึ้นในปี 2000 และได้กลายเป็นบ้านของโปรเจค Open Source มากกว่า 1,000 โปรเจค รวมไปถึง

  • Linux Kernel ระบบปฏิบัติการที่ใช้ในเซิร์ฟเวอร์ส่วนใหญ่ของโลก
  • Kubernetes แพลตฟอร์มจัดการ Container ที่ใช้โดย Google, Amazon, Microsoft
  • Node.js เทคโนโลยีที่ใช้สร้างเว็บแอพลิเคชันสมัยใหม่
  • PyTorch เฟรมเวิร์ค AI ที่ใช้โดย Facebook และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ

การบริหารงานแบบเป็นกลาง

สิ่งที่ทำให้ Linux Foundation น่าเชื่อถือคือการบริหารงานแบบเป็นกลาง ไม่มีบริษัทหรือบุคคลใดสามารถควบคุมได้ การตัดสินใจต้องผ่านความเห็นชอบจากชุมชนอย่างโปร่งใส

Jim Zemlin Executive Director ของ Linux Foundation กล่าวว่า “โครงการ FAIR Package Manager เปิดทางสู่ความเสถียรและการเติบโตของ Open Source Content Management โดยให้ทางเลือกเพิ่มเติมแก่ผู้ร่วมพัฒนาและธุรกิจภายใต้การบริหารงานของชุมชนที่เป็นกลาง”

นี่คือสิ่งสำคัญที่เจ้าของธุรกิจควรรู้

เว็บไซต์ในยุคนี้ไม่ใช่แค่แคตตาล็อกสินค้า แต่เป็น Marketing Central Hub ที่รวมทุกช่องทางการตลาดไว้ด้วยกัน ตั้งแต่การดึงดูดลูกค้าด้วย SEO หรือ Content Marketing, แปลงร่างเป็น E-commerce ก็ได้ และหากคุณเน้นงานเขียน (Copywriting) ให้ดีแล้วหล่ะก็ เว็บไซต์จะสามารถเป็นพนักงานขาย 24 ชั่วโมงให้คุณได้เลย นี่ยังไม่รวมไปถึงข้อดีต่าง ๆ เหล่านี้ครับ

คุณเป็นเจ้าของข้อมูลลูกค้าทั้งหมด

เมื่อเราใช้ WordPress เราเป็นเจ้าของข้อมูลลูกค้า Transaction History และ Analytics ทั้งหมด ไม่ต้องกังวลว่าข้อมูลเหล่านี้จะถูกบริษัทอื่นนำไปใช้หรือจะข้อมูลหายไปเมื่อบริการปิดตัวลง เมื่อธุรกิจเติบโต เราสามารถปรับปรุงและขยายระบบได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องติดขัดกับข้อจำกัดของ Platform หรือต้องย้ายไประบบใหม่ทั้งหมด

ต้นทุนในระยะยาว

แม้ว่าการสร้างเว็บไซต์จาก WordPress อาจต้องลงทุนเริ่มต้นมากกว่า Platform สำเร็จรูป แต่ในระยะยาวจะคุ้มค่ากว่ามาก เพราะไม่ต้องจ่าย License Fee รายเดือนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และไม่ต้องจ่ายค่า Transaction Fee อื่น ๆ อีกครับ

ทิศทางของ Project FAIR ต่อจากนี้

โครงการ FAIR แสดงให้เห็นว่า Open Source Ecosystem มีความแข็งแกร่งพอที่จะแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง แม้ว่าจะมีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องบางคนใช้อำนาจไม่เหมาะสม Community ก็สามารถสร้างทางออกใหม่ได้

สำหรับเจ้าของธุรกิจที่กำลังพิจารณาเลือก Platform สำหรับเว็บไซต์ เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญ การเลือก Open Source CMS อย่าง WordPress เป็นการลงทุนในอนาคตที่เราควบคุมได้ ระบบที่เปิดและโปร่งใสจะให้ความมั่นใจกับเราได้มากกว่าการวางใจในบริษัทหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เพราะในโลกของธุรกิจ การมีอิสระในการเลือกคือความได้เปรียบที่สำคัญที่สุด

แชร์คอนเทนต์ให้ทุกคนได้อ่าน

อ่านบทความทางอีเมลของคุณ

หลายครั้งที่มุมมองดี ๆ เปลี่ยนความรู้ที่มีอยู่ไปเป็นไอเดียใหม่โดยสิ้นเชิง
ให้เรามอบอีกมุมมองที่เข้มข้นแต่กลมกล่อม ส่งตรงถึงอีเมลของคุณ
ไม่รก ไม่เอา AI มาแปะให้คุณอ่าน
เวลาของคุณมีค่า จงมอบให้คนที่คุณรักหรือเนื้อหาที่มีเพิ่มสกิล
ถ้าพร้อมแล้ว กรอกอีเมลได้เลย!

สารบัญ

บทความอื่นที่คุณอาจสนใจ