ทุกคนเคยสังเกตมั้ย ว่าเดี๋ยวนี้เวลาจะหาร้านอาหาร ร้านค้า หรือเอเจนซี่การตลาด นอกจากที่เราจะกดค้นหาใน Google เราก็เลือกที่จะเข้าไปถามใน ChatGPT หรือ AI Search มากยิ่งขึ้น
และเมื่อพฤติกรรมการค้นหาเปลี่ยนไป หลายธุรกิจก็คงเริ่มสงสัยเหมือนกันแล้วว่า จะต้องทำยังไงให้ เหล่า AI เลือกแนะนำธุรกิจของเรา? เพราะพอมองจริง ๆ แล้ว AI ไม่ได้สุ่มเลือกคำตอบจากการที่เว็บไซต์ติดอันดับบน Google เพียงอย่างเดียว แต่สิ่งที่ AI มองหาคือ ข้อมูลบนของธุรกิจที่ท่องอยู่ในโลกอินเทอร์เน็ตนั้นมีความน่าเชื่อถือขนาดไหนและสามารถตอบคำถามของผู้ใช้ได้ดีหรือเปล่า รวมไปถึงแบรนด์มีตัวตนบนโลกออนไลน์มากน้อยแค่ไหน ถ้าอยากให้ธุรกิจของเรามีโอกาสถูก AI มองเห็นมากขึ้น ลองเริ่มจากเทคนิค ในบทความนี้ได้เลย
ChatGPT เลือกแนะนำธุรกิจอย่างไร AI ใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจ
ถ้าถามว่า AI ใช้เกณฑ์อะไรในการตัดสินว่าเว็บไซต์ไหนควรนำมาอ้างอิงหรือตอบคำถาม จริง ๆ แล้ว AI ไม่ได้มีเกณฑ์เหมือน Google Ranking แต่จะใช้หลายปัจจัยประกอบกัน
โดยจะขออธิบายเป็น 7 เกณฑ์ดังต่อไปนี้ เพื่อให้เข้าใจง่ายและตรงกับสิ่งที่ LLM ส่วนใหญ่ (ChatGPT, Gemini, Claude, Perplexity และ AI Search) ให้ความสำคัญ
หลักเกณฑ์ที่ 1 Content Quality คุณภาพและความน่าเชื่อถือของข้อมูล
ถ้าเราลองมองในมุมของคนอ่าน การที่เราได้เข้าเว็บไซต์ที่มีข้อมูลบริการครบ พร้อมโชว์ผลงานว่าบริษัทได้ไปทำอะไรมา และมีช่องทางติดต่อให้พร้อมแบบเสร็จสรรพแถมยังมีบทความอัปเดตอยู่เรื่อย ๆ ก็คงรู้สึกมั่นใจมากกว่าเว็บไซต์ที่มีข้อมูลเก่าหรือแทบไม่มีรายละเอียดเลย
หลักการนี้ไม่ได้ใช้แค่กับคนเท่านั้น แต่ AI ก็ประเมินเว็บไซต์ในลักษณะใกล้เคียงกัน เพราะเป้าหมายของ AI คือการเลือกข้อมูลที่น่าเชื่อถือและเป็นประโยชน์ที่สุดมาตอบคำถามของผู้ใช้ ยิ่งเว็บไซต์ให้ข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้อง และสามารถตรวจสอบที่มาได้ ก็ยิ่งมีโอกาสถูก AI เลือกนำไปอ้างอิงมากขึ้น
โดยทั่วไป AI มักให้ความสำคัญกับบทความที่มีลักษณะดังนี้
- อธิบายเนื้อหาได้ครบถ้วนและครอบคลุม
- ตอบคำถามหรือแก้ปัญหาของผู้ใช้งานได้จริง
- จัดลำดับหัวข้ออย่างเป็นระบบ ทำให้อ่านและทำความเข้าใจได้ง่าย
- ใช้ภาษาที่ชัดเจน อ่านลื่น ไม่ซับซ้อน
- เขียนเพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน ไม่ใช่เพื่อยัดคีย์เวิร์ดหรือหวังผลด้าน SEO เพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ หากข้อมูลของแบรนด์ยังได้รับการกล่าวถึงจากเว็บไซต์อื่น เช่น เว็บไซต์ข่าว บทความเฉพาะทาง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือสื่อที่มีความน่าเชื่อถือ ก็จะยิ่งช่วยยืนยันความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ทำให้ AI มีความมั่นใจในการอ้างอิงข้อมูลมากขึ้น
หลักเกณฑ์ที่ 2 Relevance ความเกี่ยวข้องของเนื้อหากับคำถามผู้ใช้
เมื่อก่อนการทำ SEO อาจเน้นใส่คีย์เวิร์ดให้เยอะที่สุด แต่ตอนนี้ AI สนใจอีกเรื่องหนึ่งมากกว่า นั่นคือ คอนเทนต์ ตอบคำถามได้จริงหรือเปล่า?
ถ้ามีคนค้นหาว่า “เลือกบริษัทรับทำ SEO ยังไง”
บทความที่อธิบายวิธีเลือก เปรียบเทียบข้อควรรู้ และตอบข้อสงสัยของคนอ่าน ย่อมมีโอกาสถูก AI หยิบไปอ้างอิงมากกว่าหน้าที่มีแค่ข้อความว่า “เรารับทำ SEO” เพราะสุดท้าย AI ต้องการมอบคำตอบที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่แค่แสดงรายชื่อเว็บไซต์
เพราะ AI จะพิจารณาก่อนว่า “หน้านี้ตอบคำถามของผู้ใช้ได้ตรงหรือไม่” หรือที่เรียกว่า Search Intent (เจตนาของการค้นหา)
ตัวอย่างเช่น หากผู้ใช้ถามว่า “วิธีเลือก Nursing Home” AI มีแนวโน้มจะเลือกข้อมูลจากหน้าอย่าง
- วิธีเลือก Nursing Home
- Checklist เลือก Nursing Home
- เปรียบเทียบ Nursing Home
มากกว่าหน้า โปรโมชั่น หรือ About Us เพราะ AI เข้าใจว่าผู้ใช้กำลังมองหาคำแนะนำและข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทหรือข้อเสนอทางการขาย
นั่นหมายความว่า AI ให้ความสำคัญกับการตอบโจทย์ของผู้ใช้ (Search Intent) มากกว่าการมีคีย์เวิร์ดเพียงอย่างเดียว เว็บไซต์ที่อธิบายคำตอบได้ครบถ้วน ชัดเจน และตรงกับสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการ จึงมีโอกาสถูก AI เลือกนำไปใช้ตอบคำถามมากกว่า
หลักเกณฑ์ที่ 3 Reputation ชื่อเสียงและรีวิวจากลูกค้าจริง
นอกจากตัวของเว็บไซต์ AI ยังดูภาพรวมของแบรนด์ด้วย อย่างเช่น รีวิวจากลูกค้าจริง การพูดถึงบนโซเชียล หรือการที่เว็บไซต์อื่นแนะนำธุรกิจของเรา ล้วนเป็นสัญญาณที่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ ไม่จำเป็นต้องมีรีวิวหลักพัน แต่ควรเป็นรีวิวที่เกิดจากประสบการณ์จริง และมีอย่างต่อเนื่อง เพราะคุณภาพของรีวิวสำคัญกว่าปริมาณเสมอ
เพราะ AI จะดูว่า แบรนด์ไหนดี, คนในอินเทอร์เน็ตพูดถึงยังไงบ้าง เช่น Reddit, Forums, Review, News, Blog จากเว็บภายนอก, YouTube, Social Media เป็นต้น จึงทำให้มีคำว่า Brand Mention เป็นหนึ่งในตัวชี้วัด ซึ่งเริ่มสำคัญมากในยุค AI Search
หลักเกณฑ์ที่ 4 Authority ความน่าเชื่อถือ หรือ ที่เรารู้จักกันว่า E-E-A-T
สำหรับคนที่รู้จัก SEO น่าจะเคยเห็นคำว่า E-E-A-T กันอยู่แล้ว ชื่ออาจจะดูจำยาก แต่แนวคิดจริง ๆ เข้าใจง่ายมาก ลองมองว่า E-E-A-T คือหลักที่ช่วยตอบคำถามว่า
“ทำไม AI ถึงควรเชื่อเว็บไซต์ของเรา?”
ยิ่งเว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือมากเท่าไร AI ก็ยิ่งมีโอกาสหยิบข้อมูลไปอ้างอิงหรือใช้ในการตอบคำถามมากขึ้น ซึ่ง E-E-A-T ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่
Experience (ประสบการณ์จริง)
บทความที่เล่าจากการลงมือทำ มีตัวอย่าง หรือแชร์สิ่งที่เคยเจอ จะดูน่าเชื่อถือกว่าการเรียบเรียงข้อมูลจากหลายเว็บ
Expertise (ความเชี่ยวชาญ)
แสดงให้เห็นว่าธุรกิจของเรามีความรู้ในเรื่องที่กำลังพูดจริง ไม่ใช่แค่เขียนแบบผิวเผิน
Authoritativeness (ความน่าเชื่อถือในฐานะแหล่งอ้างอิง)
ถ้ามีเว็บไซต์อื่นอ้างอิงบทความของเรา มีสื่อพูดถึง หรือมีคนแนะนำแบรนด์อยู่เรื่อย ๆ ก็ยิ่งช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ
Trustworthiness (ความน่าไว้วางใจ)
เว็บไซต์ควรมีข้อมูลบริษัทที่ชัดเจน ช่องทางติดต่อครบ และข้อมูลที่ตรวจสอบได้ เพราะทั้งหมดนี้ช่วยให้ทั้งคนอ่านและ AI รู้สึกมั่นใจมากขึ้น
หลักเกณฑ์ที่ 5 Freshness & Consistency ข้อมูลสอดคล้องกันทุกช่องทาง
เพราะ AI ชอบข้อมูลที่เหมือนกัน ลองนึกภาพว่าบนเว็บไซต์ใช้ชื่อบริษัทแบบหนึ่ง แต่ Facebook ใช้อีกแบบ ส่วน Google Business Profile ก็สะกดไม่เหมือนกัน AI ก็อาจจะไม่แน่ใจว่า ทั้งหมดคือธุรกิจเดียวกันหรือเปล่า เพราะฉะนั้น ยิ่งข้อมูลตรงกันทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์, Google Business Profile, Facebook Page หรือ LINE Official ก็ยิ่งช่วยให้ AI เชื่อมั่นในธุรกิจของเรามากขึ้น
หลายคนตั้งใจทำเว็บไซต์ใหม่ ลงทุนทั้งดีไซน์และคอนเทนต์ แต่กลับลืมเช็กเรื่องพื้นฐานอย่างข้อมูลของธุรกิจ เราเลยแนะนำว่า ลองใช้เวลาสัก 5 นาที เพื่อเช็กดูว่า
- ชื่อบริษัทเหมือนกันทุกแพลตฟอร์มหรือเปล่า
- เบอร์โทรยังเป็นเบอร์ล่าสุดไหม
- ที่อยู่ตรงกันหรือยัง
- เว็บไซต์ที่ใส่ไว้ยังเข้าใช้งานได้หรือไม่
หลักเกณฑ์ที่ 6 Entity Building สร้างตัวตนให้ธุรกิจอยู่บนโลกดิจิทัล
เมื่อก่อนการทำ SEO อาจเน้นที่ “คีย์เวิร์ด” เป็นหลัก แต่ในยุค AI Search สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ AI ต้องเข้าใจว่าแบรนด์ของคุณคือใคร และเชี่ยวชาญเรื่องอะไร
ยกตัวอย่างเช่น หากพูดถึง Midea AI ต้องสามารถเชื่อมโยงได้ว่า Midea เป็นผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และเกี่ยวข้องกับสินค้าอย่าง
- เครื่องปรับอากาศ (Air Conditioner)
- ตู้เย็น (Refrigerator)
- เครื่องซักผ้า (Washing Machine)
- เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (Home Appliance)
การที่ AI เข้าใจความสัมพันธ์เหล่านี้ ไม่ได้เกิดจากเว็บไซต์ของแบรนด์เพียงแห่งเดียว แต่เกิดจากการรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง เช่น เว็บไซต์บริษัท บทความข่าว เว็บไซต์รีวิว โปรไฟล์ธุรกิจ สื่อออนไลน์ และแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถืออื่น ๆ
ยิ่งข้อมูลจากหลายแหล่งพูดถึงแบรนด์ไปในทิศทางเดียวกัน AI ก็ยิ่งมีความมั่นใจว่าแบรนด์นั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องใด และมีโอกาสเลือกแนะนำหรืออ้างอิงแบรนด์นั้นมากขึ้นเมื่อผู้ใช้ถามคำถามที่เกี่ยวข้อง
แนวคิดนี้เรียกว่า Entity SEO ซึ่งเป็นการสร้างตัวตนของแบรนด์ให้ AI เข้าใจอย่างชัดเจน ไม่ใช่เพียงการใส่คีย์เวิร์ดลงบนเว็บไซต์ แต่เป็นการทำให้ข้อมูลของแบรนด์มีความสอดคล้อง เชื่อมโยง และได้รับการยืนยันจากหลายแหล่งบนอินเทอร์เน็ต
Tips
ให้เริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการเขียนหน้า About Us ให้ครบถ้วน บอกว่าธุรกิจทำอะไร มีประสบการณ์ด้านไหน และแตกต่างจากคู่แข่งอย่างไร จากนั้นสร้าง LinkedIn Company Page พร้อมกรอกข้อมูลให้ครบ เพื่อช่วยยืนยันตัวตนของธุรกิจ
หากเป็นองค์กรขนาดใหญ่หรือแบรนด์ที่เป็นที่รู้จัก การมีข้อมูลบน Wikidata หรือ Wikipedia ก็ช่วยให้ AI เชื่อมโยงข้อมูลของธุรกิจได้ง่ายขึ้น ยิ่ง AI เข้าใจตัวตนของแบรนด์มากเท่าไร โอกาสที่จะถูกแนะนำก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
หลักเกณฑ์ที่ 7 จัดโครงสร้างเว็บไซต์ (Structured Data) ให้ AI เข้าใจข้อมูลได้ง่าย
หลายคนให้ความสำคัญกับการออกแบบเว็บไซต์ให้สวยงาม ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่มีอีกคำถามหนึ่งที่ควรถามตัวเองคือ
เว็บไซต์ของเรา AI อ่านและเข้าใจข้อมูลได้หรือยัง?
แม้บางเว็บไซต์จะมีดีไซน์ที่สวย แต่ข้อมูลสำคัญกลับถูกซ่อนอยู่ใน JavaScript หรือโหลดขึ้นมาภายหลัง ทำให้ AI Crawlers บางตัวอาจเข้าถึงข้อมูลได้ไม่ครบ ส่งผลให้เนื้อหาที่ต้องการสื่อสารไม่ได้ถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงอย่างเต็มที่
หากต้องการให้ AI เข้าใจเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น ควรเริ่มจากการจัดโครงสร้างข้อมูลให้เป็นระบบ เช่น
- ใช้ Heading (H1, H2 และ H3) ตามลำดับความสำคัญของเนื้อหา
- แบ่งย่อหน้าให้กระชับ อ่านง่าย
- ใช้ Bullet Point หรือตารางเมื่อมีข้อมูลหลายข้อ
- ตรวจสอบไฟล์ robots.txt และตั้งค่าให้ AI Crawlers ที่ต้องการสามารถเข้าถึงหน้าเว็บไซต์ได้อย่างถูกต้อง
นอกจากโครงสร้างของเนื้อหาแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้ AI เข้าใจเว็บไซต์ได้แม่นยำขึ้นคือ Schema Markup หรือโค้ดมาตรฐานที่ใช้ระบุความหมายของข้อมูลบนเว็บไซต์
ลองนึกภาพว่า Schema เปรียบเสมือน ป้ายกำกับข้อมูล ที่ช่วยบอก AI อย่างชัดเจนว่า
- ตรงนี้คือชื่อบริษัท
- ตรงนี้คือผู้เขียนบทความ
- ตรงนี้คือข้อมูลสินค้า
- ตรงนี้คือคำถามที่พบบ่อย
เมื่อ AI ไม่ต้องคาดเดาความหมายของข้อมูล ก็สามารถทำความเข้าใจเว็บไซต์ได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น
Schema Markup ที่แนะนำให้มี ได้แก่
- Organization Schema สำหรับข้อมูลบริษัท
- LocalBusiness Schema สำหรับธุรกิจที่มีหน้าร้านหรือสำนักงาน
- Article และ Author Schema สำหรับบทความและผู้เขียน
- FAQ Schema สำหรับหน้าคำถามที่พบบ่อย
- Product Schema สำหรับหน้าสินค้าและบริการ (หากมี)
แม้ว่าผู้ใช้งานจะมองไม่เห็น Schema Markup แต่ AI สามารถอ่านและตีความข้อมูลเหล่านี้ได้โดยตรง จึงเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้เว็บไซต์มีโอกาสถูก AI เข้าใจและเลือกนำข้อมูลไปอ้างอิงได้มากขึ้น
And Finally! เราก็มาถึงช่วงท้ายของบทความกันแล้ว
โดยสรุปแล้ว ถ้าอยากให้ธุรกิจมีโอกาสถูก AI แนะนำ อย่ามองแค่การทำ SEO ให้ติดอันดับ แต่ควรสร้างความน่าเชื่อถือให้ทั้งเว็บไซต์และแบรนด์ไปพร้อมกัน และเมื่อทำอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจก็จะมีโอกาสถูกค้นพบ และถูก AI เลือกอ้างอิงมากขึ้นในอนาคต หากกำลังวางแผนปรับเว็บไซต์ให้รองรับทั้ง SEO และ AI Search การวางโครงสร้างเว็บไซต์ คอนเทนต์ และข้อมูลธุรกิจให้ถูกต้องตั้งแต่แรก จะช่วยประหยัดเวลาและเพิ่มโอกาสในการถูกค้นพบได้มากกว่าการแก้ไขในภายหลัง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ทำ SEO อย่างเดียวพอไหม ถ้าอยากให้ AI แนะนำธุรกิจ
ยังไม่พอ เพราะ AI พิจารณาทั้งคุณภาพของเนื้อหา รีวิว ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ Entity และข้อมูลจากหลายแหล่งร่วมกัน
Schema Markup จำเป็นแค่ไหน
ถือว่าเป็นอีกปัจจัยสำคัญ เพราะช่วยให้ AI เข้าใจข้อมูลบนเว็บไซต์ได้ถูกต้องและรวดเร็วขึ้น
ChatGPT ดึงข้อมูลจากเว็บไซต์โดยตรงหรือไม่
AI อาจอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์ที่เปิดให้เข้าถึง รวมถึงข้อมูลสาธารณะจากหลายแหล่ง ดังนั้นเว็บไซต์ควรมีข้อมูลที่ครบถ้วนและอัปเดตอยู่เสมอ
ธุรกิจที่ไม่มีเว็บไซต์ มีโอกาสถูก AI แนะนำไหม
มีโอกาส แต่ค่อนข้างจำกัด เพราะ AI จะมีข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจน้อยกว่าธุรกิจที่มีเว็บไซต์และข้อมูลบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ อย่างครบถ้วน
ใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะเห็นผล
โดยทั่วไปประมาณ 1-6 เดือน ขึ้นอยู่กับคุณภาพเว็บไซต์ ความต่อเนื่องในการทำคอนเทนต์ และการอัปเดตข้อมูลของแต่ละแพลตฟอร์ม
ธุรกิจขนาดเล็กทำเองได้ไหม
ทำได้แน่นอน หลายอย่างเริ่มต้นได้ฟรี เช่น ปรับข้อมูลธุรกิจ เขียน About Page เพิ่ม FAQ และทำคอนเทนต์ที่ตอบคำถามของลูกค้า ก่อนค่อยต่อยอดด้วย SEO, GEO และการสร้างความน่าเชื่อถือในระยะยาว
แหล่ง อ้างอิง
- https://www.marketingoops.com/exclusive/how-to/how-to-make-chatgpt-recommend-your-business/
- https://theconductor.co/blog/how-to-get-ai-recommend-your-business/
- https://multicloud.proen.co.th/th/วิธีทำเว็บไซต์ให้-chatgpt-เข้า/
- https://www.smejump.co.th/blog/geo-ai-content-optimization/
Thank you: Co-Writer: S.Nutwara (Nim) & Graphic: C.Jiratchaya (Noey)




